ภาพล่าสุด พระเอกดัง ผันตัวเป็นชาวสวน ปลูกพริกเลี้ยงชีพ หลังตกงาน (ข่างต่างประเทศ)

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ได้รายงานเรื่องราวที่สร้างความตกตะลึงแก่สาธารณชน เกี่ยวกับ จางเสี่ยวเล่ย นักแสดงหนุ่มชาวจีนวัย 28 ปี ผู้เคยโด่งดังจากบทบาท “บอสจอมบงการ” ในซีรีส์แนวตั้ง และมีผลงานการแสดงมาแล้วกว่า 200 เรื่อง แต่ปัจจุบันกลับต้องพลิกผันมาประกอบอาชีพเกษตรกรเพื่อหาเลี้ยงชีพ หลังจากเผชิญกับภาวะงานแสดงที่หายไป เนื่องจากบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาแทนที่

รายงานระบุว่า จางเสี่ยวเล่ย ได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานในฟาร์มที่มณฑลชิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เขาประสบปัญหาขาดแคลนงานแสดงอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากการที่ผู้สร้างซีรีส์หันไปพึ่งพาเทคโนโลยี AI ในการสร้างตัวละครเสมือนจริง เพื่อลดต้นทุนการผลิต

จางเสี่ยวเล่ย เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงปลายปี 2566 โดยมีเพื่อนเป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับทีมงานผู้ผลิตซีรีส์แนวตั้ง และนับจากนั้นเขาก็มีผลงานการแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของผู้ชมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบทบาท “ท่านประธาน” หรือ “CEO จอมจู้จี้” ที่มักจะแสดงความรักด้วยวิธีการบงการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของซีรีส์แนวตั้งกว่า 200 เรื่องที่เขาร่วมแสดง

นักแสดงหนุ่มยอมรับว่า เขาได้เห็นยุคทองของการพัฒนาวงการซีรีส์แนวตั้งมาแล้ว และในช่วงที่เขามีงานชุกที่สุด เขาต้องทำงานถ่ายทำต่อเนื่องถึง 3 วันโดยไม่ได้รับการพักผ่อน อีกทั้งในกลุ่มแชตสำหรับการประกาศรับสมัครนักแสดง ก็มีการแจ้งข่าวรับสมัครงานปรากฏขึ้นมาบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในปีนี้ โดยเขากลับได้รับข้อเสนอให้ถ่ายทำผลงานเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น แถมยังได้รับค่าตัวเพียงครึ่งหนึ่งจากปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่วงการซีรีส์แนวตั้งได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการสร้างตัวละครเสมือนจริง ซึ่งสามารถผลิตผลงานได้โดยไม่จำเป็นต้องจ้างนักแสดงจริงอีกต่อไป

เมื่อถึงจุดที่ต้องมองหาเส้นทางอาชีพใหม่ จางเสี่ยวเล่ย จึงตัดสินใจผันตัวมาทำสวนพริกในมณฑลชิงไห่ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 400,000 หยวน (คิดเป็นเงินไทยราว 1.89 ล้านบาท) ซึ่งเขาเลือกปลูกพริกเนื่องจากบิดามารดาเคยมีประสบการณ์ในการทำสวนพริกมานานหลายสิบปี ทำให้เขามีความรู้และทักษะพื้นฐานในด้านนี้

จางเสี่ยวเล่ย ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขาว่า “ตอนนี้งานเต็มเวลาของผมคือการปลูกพริกและนำไปขายตามถนนครับ ถ้ามีโอกาสรับงานแสดง ผมก็จะทำนะ แต่ถ้าไม่มี ผมก็จะเป็นคนสวน” เขายังแสดงความรู้สึกสะท้อนใจว่า “ผมตบหน้าคนอื่นขณะแสดง แต่กลับถูกความจริงตบหน้าซะเอง” และ “ในละครผมมีเงินมหาศาล แต่ในความเป็นจริง แค่ลูกค้าลืมจ่ายเงินผม 10 หยวน (ราว 47 บาท) ผมก็หงุดหงิดแล้ว”

ปัจจุบัน เขานำพริกที่ปลูกได้มาวางจำหน่ายในตลาดชนบท โดยสามารถสร้างรายได้เพียงกิโลกรัมละ 4 หยวนเท่านั้น (ราว 19 บาท) อย่างไรก็ดี เขายังคงเชื่อมั่นว่าชีวิตย่อมมีทั้งขึ้นและลง และเขาก็จะสามารถก้าวผ่านความยากลำบากในครั้งนี้ไปได้ในที่สุด

เรื่องราวของ จางเสี่ยวเล่ย ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลายคนมองว่าการที่พระเอกซีรีส์ต้องผันตัวมาเป็นชาวสวนนั้นเป็นความแตกต่างอย่างมาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัว ขณะที่บางส่วนยังคงเชื่อมั่นในคุณค่าของนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริง ๆ โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “ฉันไม่ชอบตัวละครเสมือนเลย มันไม่ใช่ของจริง ดูไปก็รู้สึกอึดอัดมาก เพราะงั้นฉันเลยคิดว่ายังไงซะนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริง ๆ แบบจางเสี่ยวเล่ย น่าจะยังมีโอกาสอยู่ในอนาคต”

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top